ดร.สุภัททา ปิณฑะแพทย์

Dr.Supatta Pinthapataya

email: supattapin@yahoo.com







คิดเป็นกิจกรรมจนได้

สมัยหนึ่งที่ต้องลงไปสอนวิชาแนะแนวสำหรับนักเรียนมัธยมปีที่ 2 ตารางเรียนที่เขาจัดให้คือเวลา 12.35 น. การจัดเวลาในการสอนเช่นนี้เกิดความสับสนเหมือนกันสำหรับคนที่ต้องสอนในระดับอุดมศึกษาด้วย เนื่องจากว่าถ้าบังเอิญมีตารางสอนตอนเช้าก็มักจะยาวไปจนถึงเที่ยง ก็จะมีเวลา 35 นาที สำหรับการพักเที่ยงเพื่อกินข้าว และเตรียมตัวลงไปสอนต่อ หลายคนอาจจะมองว่า มีเวลาตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะกินข้าวไม่ทันเชียวหรือ กินทันน่ะทันแน่แต่อย่าลืมว่าการรีบกินบวกกับต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อจะเริ่มการสอนวิชาใหม่นั้นมันทำให้เกิดอาการที่เรียกว่าจุกถึงคอหอย คนไม่โดนไม่รู้ เคยขอร้องให้เลื่อนเวลาให้หน่อยก็ไม่สำเร็จ งานนี้จึงต้องทำใจ แต่มีวิชาหนึ่งที่มักจะถูกกำหนดให้เรียนตั้งแต่เช้าจนถึงพักเที่ยงในวันเดียวกัน คือวิชาลูกเสือและอนุกาชาด ถามไปถามมาได้ความว่า เป็นวิชาที่เด็กมักจะหนีเรียนถ้าเรียนตอนบ่าย เป็นคำตอบที่มีเหตุผล ดังนั้นถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างก็อย่าหวังว่าจะเจอกันครบจำนวน

วันนี้ก็เช่นกันหลังจากตาลีตาลานกินข้าวล้างปากล้างมือ รีบหอบเอกสารที่เตรียมไว้แจ้นมาที่ห้องเรียน แต่ก็พบกับห้องที่ว่างเปล่า สืบสวนได้ความว่าสาเหตุเกิดจากนักเรียนห้องนี้กำลังทดลองทำกิจกรรมการทำอาหารยังชีพด้วยฝืนและถ่านในป่า บางกลุ่มที่เสร็จแล้วก็ถือโอกาสอยู่เล่นกันเสียงดังเพราะมีบางกลุ่มยังไม่เสร็จ แต่พอเห็นครูมาตามก็ร้องตะโกนเรียกกันให้เข้าเรียนได้แล้ว มีนักเรียนผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาบอกว่ากลุ่มของเธอยังหุงข้าวต้มไข่ไม่เสร็จเลยขอเวลาสักหน่อยได้ไหม คำตอบที่ให้ไปทันที คือ ไม่ได้เวลาเรียนก็ต้องเป็นเวลาเรียนตามเวลาของวิชานั้น ๆ  พอทุกคนได้ยินคำตอบก็รีบกรูเข้ามาขอร้องพร้อมทั้งบอกเหตุผลต่าง ๆ นานา ว่า ถ้าข้าวไม่สุกตอนนี้เอามาหุงทีหลังก็จะใช้ไม่ได้เพราะจะอมน้ำ และถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่มีคนดูเดี๋ยวข้าวก็จะไหม้ ก่อไฟทิ้งไว้เดี๋ยวไหม้โรงเรียน ฯลฯ มีหลายคนใจดีช่วยขอร้องให้เพื่อนด้วยและเต็มใจให้ครูมาสอนชดเชยตอนเลิกเรียนก็ได้ แต่คำตอบจากครูก็ยัง โนเคทุกคนต้องขึ้นชั้นเรียนเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เริ่มมีเสียงดังต่อว่าต่อขาน บางคนรู้สึกโกรธหาว่าครูไม่เข้าใจเลย ก็ปล่อยให้พูดเรียกร้องกันไปก่อนสักครู่ ทำเป็นไม่สนใจ นี่คือกิจกรรมการเรียนการสอนที่กำลังจะเริ่มขึ้นเดี๋ยวนี้แล้ว

กิจกรรมการสอนเริ่มต้น ด้วยการสั่งให้เงียบถ้าคิดจะช่วยเพื่อนและให้นั่งลงล้อมวงหม้อข้าว เพราะครูจะสอนตรงนี้เพื่อจะได้ทำกิจกรรมไปพร้อม ๆ กับดูแลข้าวที่ยังหุงไม่เสร็จด้วย อนุญาตให้มีคนดูแลข้าวที่กำลังหุงได้ 2 คนให้ไปนั่งอยู่กลางวง คนอื่น ๆ ให้เขียนเหตุผลที่ดีว่าทำไมจึงต้องขอเวลาครูให้ทำกิจกรรมหุงข้าวต้มไข่ให้เสร็จแล้วค่อยเข้าเรียนตามที่ครูต้องการ ให้อ่านให้เพื่อนฟังเพื่อขอความคิดเห็นและให้เพื่อน ๆ ช่วยเพิ่มเติมด้วย จากนั้นก็เริ่มอธิบายให้เด็กคิดตามว่า เหตุการณ์เช่นนี้ สมมุติว่าครูเป็นลูก แล้วพวกเขาเป็นพ่อแม่ ลูกมักจะเรียกร้องต้องการเวลาจากพ่อแม่โดยไม่คิดถึงเหตุผลใด ๆ เหมือนที่ครูเรียกร้องต้องการเวลาให้ทุกคนเข้าเรียนโดยไม่ฟังเหตุผลของนักเรียนว่ายังหุงข้าวไม่เสร็จ ทำให้ข้าวเสียหาย ไม่มีข้าวสวยส่งครูและอดได้คะแนน การที่นักเรียนขอร้องครูก็จะเหมือนกับที่พ่อแม่ขอร้องให้ลูกเห็นใจว่าขอเวลาหน่อยเพราะงานยังไม่เสร็จถ้าปล่อยค้างไว้ก็จะเสียหาย ขาดรายได้ อดได้เงินยังมีลูกบางคนคร่ำครวญหาว่าพ่อแม่เอาแต่หาเงินไม่มีเวลาอยู่กับลูกทำให้ขาดความรัก แล้วก็มักนำไปเปรียบเทียบกับบ้านอื่น ให้ถามว่าหุงข้าวไม่เสร็จก็จะอดได้คะแนน ถ้าทำงานไม่สำเร็จก็อดได้เงิน เหมือนกันใช่ไหม ครูถามนักเรียนต่อว่ามีใครที่คิดว่า ตัวเองมีพ่อแม่ที่ไม่รักบ้าง ทุกคนเงียบกิจกรรมต่อจากนั้นคือ ให้นักเรียนช่วยกันตอบว่า เงินทองที่พ่อแม่หามาได้ต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง มีใครได้ประโยชน์จากเงินเหล่านั้น มีใครเสียประโยชน์จากการทำงานเพื่อหาเงินของพ่อแม่บ้าง อนุญาตให้มีการอภิปรายเป็นแนวทางกันเล็กน้อย จากนั้นให้ทำการ์ดขอบคุณพ่อแม่ที่ทำงานเพื่อลูกโดยให้ส่งทางไปรษณีย์ พอดีมีเสียงแจ๋ว ๆ ดังแว่วมาอย่างสดชื่นว่า .”ข้าวสุกแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ” ก็ต้องตอบว่า “You’ re welcome.” ได้กิจกรรมาโดยไม่รู้ตัว ดีใจจัง   เฮ้อ หมดไปอีกหนึ่งคาบเรียน

© Copyright 2010. All rights reserved. Contact: supattapin@yahoo.com